พระพิมพ์ปรกโพธิ์ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๑ - ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๓
หน้า 1 2 3
๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ หลวงปู่ดำ องค์ที่ ๑

        หนังสือ "ประวัติสมเด็จโต" จัดทำโดยคุณแฉล้ม โชติช่วง และคุณมนัส ยอขันธ์  พิมพ์ครั้งที่ ๑ จำนวน ๒๐,๐๐๐ เล่ม เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๔ จำนวนหน้า ๑๐๖ หน้า ขนาด A4 หน้า ๒ นิ้วเศษ หนัก ๕ กิโลกรัม พิมพ์ ๔ สีด้วยกระดาษปอนด์อย่างดี พร้อมหนังสือแนะนำเล่มเล็ก ๆ ๑ เล่ม ราคาขาย ๒,๐๐๐ บาท
        คุณแฉล้ม โชติช่วง เป็นลูกหลานของหลวงปู่ดำ อดีตเจ้าอาวาสวัดอมรินทร์ ผู้บันทึกประวัติสมเด็จโต และพระสมเด็จพิมพ์ต่าง ๆ รวมทั้งรายละเอียดของพระทุกองค์ หนังสือเล่มนี้ลงที่มาและรายละเอียดในหน้าด้านซ้าย ส่วนหน้าด้านขวาเป็นรูปพระเต็มหน้า
        ผู้ทำเชื่อว่าข้อมูลและรูปพระในหนังสือเล่มนี้สามารถใช้เป็น "หนังสืออ้างอิง" ในมาตรฐานเดียวกับ หนังสือ "สมเด็จโต" ของตรียัมปวาย และหนังสือพรีเชียสแมกกาซีน ของอาจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ เพราะมีที่มาชัดเจน และเจตนารมณ์ในการทำหนังสือก็เพื่อ "...ถวายเป็นเกียรติประวัติของสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) อุทิศแด่หลวงปู่ดำผู้เล่าบันทึก นายเพชร นายเจิม ขุนพิทักษ์ราชและนายพรผู้จดบันทึก..." อีกทั้งการพิมพ์หนังสือหนาขนาดนี้จำนวนมากถึง ๒๐,๐๐๐ เล่ม ต้องใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านบาท ผู้ลงทุนก็มิใช่คนในวงการพระเครื่อง เป็นเพียงคนทำธุรกิจร้านขายยาแผนโบราณที่มีความศรัทธาในตัวสมเด็จโต และมิได้ทำเพื่อพุทธพาณิชย์หรือโฆษณาพระของตัวเองแต่อย่างใด
        หนังสือเล่มนี้ลงรูปพระทั้งหมดเกือบ ๓๐๐  พิมพ์ทรง นับว่ามากกว่าที่มีการยอมรับกันในวงการพระเครื่องในปัจจุบัน ซึ่งมีพิมพ์ทรงจากวัดระฆัง ๕ พิมพ์ จากวัดใหม่อมตรสหรือบางขุนพรหม ๑๔ พิมพ์  และจากวัดไชโยหรือเกศไชโย ๓ พิมพ์ สำหรับพระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ซึ่งเป็นพิมพ์ที่หายาก มีลงถึง ๑๔ องค์ จากวัดระฆังและบางขุนพรหม ไม่มีของวัดไชโย

กล่าวนำ
        พระองค์นี้เป็นพระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ที่สวยที่สุดพิมพ์หนึ่ง เป็นพระที่ไม่ผ่านการใช้ จึงดูเหมือนพระผงรุ่นใหม่ พระพิมพ์นี้ผู้ทำเว็บยังหาได้อีก ๒, ๓ องค์จากตลาดพระทั่วไป แต่ไม่สวยเท่านี้ หนังสือ "ประวัติสมเด็จโต" ลงภาพพระพิมพ์นี้ในหน้า ๓๒๗ และเขียนอธิบายรายละเอียดในหน้า ๓๒๖ ในชื่อของ "พระพิมพ์ปรกโพธิ์ ๘-๙ ใบ (วัดระฆัง)"
        องค์พระ ฐานทั้งสาม รวมทั้งเส้นซุ้ม อวบอ้วน แต่ไม่ลึก ค่อนข้างตื้นตามแบบฉบับพระสมเด็จยุคสอง  ซึ่งมิใช่พิมพ์ทรงนิยมแบบพระสมเด็จยุคสาม ซึ่งเป็นพิมพ์ของหลวงวิจารณ์เจียรนัย พุทธศิลป์เป็นแบบพระพุทธรูปสมัยเชียงแสนยุคหลัง เพราะเกศเป็นแบบเปลวเพลิงและสังฆาฏิยาว จะเห็นว่าพิมพ์ทรงเป็นแบบพิมพ์สังฆาฏิ
        ผู้ทำเว็บเคยเห็นบทความบางแห่งเกี่ยวกับพิมพ์ปรกโพธิ์ว่ามาจากแม่พิมพ์เดียวกับพิมพ์มาตรฐาน ซึ่งถูกใช้งานไปบ้างและต่อมาได้แกะแม่พิมพ์เพิ่มใบโพธิ์เข้าไป เลยกลายเป็นพิมพ์ปรกโพธิ์ ผู้ทำขอบอกว่าข้อสันนิษฐานนี้ไม่ถูกต้อง เพราะพิมพ์ปรกโพธิ์เป็นพิมพ์ที่แกะขึ้นใหม่โดยเฉพาะ อาจจะเพื่อฉลองการเลื่อนสมณศักดิ์ของสมเด็จโตตามที่หลวงปู่ดำบอกไว้ หรือเป็นการเลียนพิมพ์พระกรุโบราณที่มีใบโพธิ์และก้านโพธิ์ เช่นพิมพ์พระลำพูนก็เป็นได้
        ทั้งนี้เพราะพิมพ์ทรงของพระมีหลากหลาย หนังสือ "ประวัติสมเด็จโต" ลงไว้ถึง ๑๔ พิมพ์ อีกทั้งพิมพ์ทรงก็ไม่เหมือนกับพิมพ์มาตรฐาน ขนาดและสัดส่วนขององค์พระและฐานถูกย่อส่วนให้เล็กกว่าพิมพ์มาตรฐานเพื่อเพิ่มพื้นที่รอบ ๆ พระ สำหรับใบโพธิ์
        prasomdej.net พระสมเด็จดอทเน็ต
        ด้านหน้า
        prasomdej.net พระสมเด็จดอทเน็ต
        ด้านหลัง

ข้อมูลจำเพาะ
        มิติ
        กรอบ		กว้าง 2.18 ซม. ยาว 3.42 ซม. หนา0.46ซม.
        ซุ้ม			กว้าง 1.95 ซม. ยาว 3.18ซม.
        น้ำหนัก		6.1 กรัม
prasomdej.net พระสมเด็จดอทเน็ต
การวัดมิติ

การจำแนกพิมพ์ทรง
๑. ใบโพธิ์
  ด้านซ้าย ด้านขวา
ด้านบน
ด้านกลาง
ด้านล่าง
รวม
๒. องค์พระ เป็นแบบเกศบัวตูมประยุกต์ ขาซ้ายเห็นยาวถึงมือยาวกว่าแบบมาตรฐานที่เห็นนิดเดียว ๓. โพธิบัลลังก์ จำนวนฐาน 3 ชั้น ลักษณะฐาน แบบมาตรฐาน ชั้นบน ฐานหมอน ชั้นกลาง ฐานสิงห์ ชั้นล่าง ฐานหน้ากระดานตัดเฉียง prasomdej.net พระสมเด็จดอทเน็ต การจำแนกพิมพ์ เอกลักษณ์หลัก ๑. ใบหน้ารูปไข่ ๒. เกตุเป็นแบบเกตุมาลามีเปลวไฟรัศมีพุ่งขึ้น แบบที่เรียกว่า "เกศบัวตูมสองขยัก" ๓. หัวไหล่โค้งมน แขนอวบทอดโค้งเข้าหาตัก แขนด้านขวาตอนบนสั้นกว่าด้านซ้าย ทำให้ดูเหมือนว่าศอกด้านขวาอยู่สูงกว่าด้านซ้าย ข้อศอกเรียวบางทั้งสองข้าง ๔. สังฆาฏิใหญ่ คมชัด เห็นร่องชัดเจนจดท้องน้อย ด้านซ้ายโค้งจากไหล่ซ้ายเข้าหาซอกแขนขวา ปลายแหลมจดต้นแขน ๕. เข่ากลมมน หน้าตักหนา ขัดสมาธิ มีเส้นต่อจากขาซ้ายมายังนิสีทนะ หรือผ้าปูรองนั่งใต้ตัก ๖. ฐานชั้นบนเป็นฐานหมอน มีเส้นใต้ตักค่อนข้างหนา หัวท้ายโค้งเข้าหาฐานชั้นกลาง ๗. ฐานชั้นกลางเป็นฐานคมขวาน ปลายทั้งสองข้างเป็นแบบขาสิงห์ ๘. ฐานชั้นล่างเป็นฐานหน้ากระดานตัดเฉียง มีร่องเล็ก ๆ ยาวตลอดฐาน prasomdej.net พระสมเด็จดอทเน็ต เอกลักษณ์หลัก เอกลักษณ์รอง จะเห็นเมื่อสังเกตให้ดี และมักปรากฎในองค์ที่กดพิมพ์ติดชัด ๑. แก้มด้านซ้ายอิ่มน้อยกว่าด้านขวา ๒. หูซ้ายตอนบนโค้งไปหาใบโพธิ์ล่างสุด ตอนล่างทอดยาวไปหาไหล่ซ้าย ๓. บริเวณแขนซ้าย มีเส้นชัดเล็ก ๆ ๔. ระหว่างเข่าซ้ายกับหัวฐานชั้นบน มีเส้นขีดเล็ก ๆ ๕. ปลายเฉียงของฐานชั้นล่างอยู่ห่างจากซุ้มมากกว่าพิมพ์มาตรฐาน ๖. ไม่มีเส้นกรอบแม่พิมพ์ prasomdej.net พระสมเด็จดอทเน็ต เอกลักษณ์รอง ระดับความยากในการเสาะหา ๔ ดาว **** หายากมาก
๑๘ กันยายน ๒๕๕๑
ปฐมบทแห่งพระพิมพ์ปรกโพธิ์

        พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ เป็นพิมพ์ทรงที่น่าศึกษา ท่านศึกษาพระพิมพ์นี้พิมพ์เดียว ท่านจะเข้าใจพระสมเด็จแทบจะทุกพิมพ์ของวัดทั้งสาม คือ วัดระฆัง บางขุนพรหม (วัดใหม่อมตรส) และเกศไชโย (วัดไชโย)
        เพราะเหตุใดหรือ
        เพราะพระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ได้รวมพระสมเด็จแทบจะทุกพิมพ์ทรงอยู่ในองค์พระ และยังมีพุทธลักษณะผสมผสานของพิมพ์มาตรฐานเป็นพิมพ์ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง
        พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์มีอยู่ทุกยุคของการสร้างพระวัดระฆังของสมเด็จโต ไม่ว่าจะเป็นยุคแรกจนถึงยุคหลัง มีทั้งช่างชาวบ้าน ช่างสิบหมู่ จนถึงช่างหลวง
        ลักษณะของใบโพธิ์ของแต่ละข้างก็ไม่เหมือนกัน มีทั้งโพธิ์ใบ โพธิ์เม็ดหรือโพธิ์ตุ่ม และโพธิ์เลื้อย จำนวนใบโพธิ์ทั้งสองด้านขององค์พระก็มีทั้งแบบเท่ากันและไม่เท่ากัน
        ความหลากหลายเช่นนี้ทำให้พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์เป็นพระที่น่าศึกษาที่สุด

การวิเคราะห็พิมพ์ทรง
        เชื่อหรือไม่ว่ายังไม่มีใครวิเคราะห็พระพิมพ์ปรกโพธิ์มาก่อน อาจเป็นเพราะเซียนพระรุ่นเก่าไม่ยอมรับ ทำให้ไม่มีการพูดถึงหรือเล่นหาให้เกิดความนิยม แม้ปัจจุบันจะเริ่มยอมรับกันบ้าง แต่ก็ไม่แพร่หลายและมีราคาต่ำกว่าพิมพ์อื่นมาก ๆ เนื่องจากพิมพ์ทรงของแต่ละวัดไม่เป็นที่ยุติ และพระมิได้มีจำนวนมากพอที่จะหมุนเวียนในตลาด
        ความจริงแล้ว พระพิมพ์ปรกโพธิ์ของวัดระฆังยังมีจำนวนมากกว่าพิมพ์เกศบัวตูมเสียอีก แต่เนื่องจากขาดความรู้และความเข้าใจ รวมทั้งเป็นผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์มีน้อย เซียนพระรุ่นเก่าจึงเลือกที่จะมองข้ามพระชุดนี้ มากกว่าที่จะสะสมอย่างจริงจัง
        เท่าที่ผ่านมาในอดีต มีผู้เขียนถึงพระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ทั้งรูปและคำอธิบายอยู่เพียง ๒ เล่ม โดยผู้เขียนซึ่งไม่ได้อยู่ในวงการพระเครื่อง พิมพ์ขึ้นเพื่อให้ความรู้มากกว่าที่จะหวังผลทางพุทธพาณิชย์ ก็คือ
        ๑. "สมเด็จโต" โดยแฉล้ม โชติช่วง และมนัส ยอขันธ์ พิมพ์ครั้งที่ ๑ จำนวน ๒๐,๐๐๐ เล่ม วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๔ จากบันทึกหลวงปู่คำซึ่งเป็นสหธรรมิกหรือสหายทางธรรมของสมเด็จพุฒาจารย์โต หลวงปู่คำเป็นเจ้าอาวาสวัดอมรินทราราม ซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า "วัดบางหว้าน้อย" อยู่ใกล้กับวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งเช่นกันว่า "วัดบางหว้าใหญ่" โดยมีวังหลังคั่นกลาง
        prasomdej.net พระสมเด็จดอทเน็ต
        สมเด็จโต
        
        ๒. "ข้อสังเกต พระเครื่องสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี" ของ เทพศรี มีทั้งหมดสองเล่ม เล่มหนึ่ง พิมพ์ครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๔๓ และเล่มสอง พิมพ์ครั้งที่ ๑ วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๓๖ เทพศรีเป็นข้าราชการบำนาญกรมศุลกากร สนใจในการสะสมพระเครื่องสายสมเด็จโต ได้รวบรวมรูปถ่ายพร้อมคำอธิบายของพระสมเด็จทั้ง ๓ วัดลงพิมพ์เป็นหนังสือ ๒ เล่ม พร้อมบทความซึ่งเป็นความคิดของตนเองและบทความของนักเขียนรุ่นเก่า
        prasomdej.net พระสมเด็จดอทเน็ต
        เทพศรี เล่ม ๑
        prasomdej.net พระสมเด็จดอทเน็ต
        เทพศรี เล่ม ๒

        ผู้ทำจะใช้ภาพพระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ในหนังสือทั้งสามเล่มเป็นที่อ้างอิง ร่วมกับภาพพระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์พิมพ์อื่น ๆ ที่ลงในหนังสือหรือนิตยสารที่ผู้ทำหาได้ เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการวิเคราะห์ โดยจะเริ่มจากพระพิมพ์ปรกโพธิ์ที่จะกล่าวถึงต่อไปในเว็บบอร์ดนี้
        ส่วนการวิเคราะห์พิมพ์ทรงจะแบ่งตามลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของพระพิมพ์ปรกโพธิ์ อันได้แก่ องค์พระ ใบโพธิ์ และโพธิบัลลังก์

องค์พระ
        พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ส่วนใหญ่องค์พระจะเป็นพิมพ์เกศบัวตูม ดังจะแสดงเอกลักษณ์ตามตัวอย่างพระพิมพ์เกศบัวตูมทั่วไปดังนี้
        prasomdej.net พระสมเด็จดอทเน็ต
        พระสมเด็จพิมพ์เกศบัวตูม

เอกลักษณ์ทั่วไป
        ๑. มีเกตุมาลา (มวยผม) แต่ไม่เป็นลักษณะบัวตูม เพราะมีเปลวเพลิงรัศมีต่อจากเกตุมาลาขึ้นไป แต่จะสั้น และไม่ชนซุ้ม
        ๒. หน้าจะเป็นทรงผลมะตูม
        ๓. หูทั้งสองจะเรียวโค้งแบบหูบายศรี หูตอนบนโค้งสั้น ปลายหูยาวโค้งนิด ๆ ไม่ชนบ่า
        ๔. เส้นสังฆาฏิเห็นเป็นร่องจากไหล่ซ้ายยาวไปตลอดช่วงอก และหายไปในช่องท้อง ยกเว้นองค์ที่กดพิมพ์ชัดจะยาวจดมือ และมีเส้นสังฆาฏิพาดเข้าหารักแร้ใต้ไหล่ขวา
        ๕. แขนจะไม่แนบลำตัว ค่อย ๆ โค้งน้อย ๆ แต่ไม่ถึงกับกลม
        ๖. หน้าตักเป็นแบบขัดสมาธิราบ ค่อนข้างหนา มีเส้นคล้ายกับเท้าซ้ายแพลมออกมาสั้น ๆ ลักษณะคล้ายปลายเท้า
        ๗. เส้นแซม ๒ เส้น ใต้ตักและฐานชั้นบน ขนาดยาวเรียวคมชัด เส้นแซมใต้ตักโค้งลงมาบรรจบกับหัวฐานชั้นบน
        ๘. ฐานชั้นบนเป็นฐานหมอน หนารับกับช่วงตักเป็นอัตราส่วนที่รับกันอย่างสวยงาม
        ๙. ฐานชั้นกลางเป็นฐานนูนเรียวแบบอกไก่ ปลายทั้งสองมีลักษณะเป็นหัวสิงห์โดยขาสิงห์ยาวลงไปหาฐานชั้นล่าง
        ๑๐. ฐานชั้นล่างเป็นฐานหน้ากระดานตัดเฉียง ค่อนข้งหนา รับกับหน้าขนาดตักและฐานชั้นบนอย่างสวยงาม
        
        พระสมเด็จปรกโพธิ์มิใช่จะต้องเป็นพิมพ์เกศบัวตูมเสมอไป พิมพ์แบบที่มีเส้นสายชายจีวรและองค์พระใหญ่ล่ำสันแบบพิมพ์พระประธานก็มี และที่เป็นพิมพ์เกศตูมก็มีทั้งที่มีเอกลักษณ์มาตรฐาน หรือมีเอกลักษณ์พิเศษอันจะกล่าวต่อไปเฉพาะแต่ละองค์
        โดยทั่วไปมักพบองค์พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์อยู่ ๔ แบบด้วยกัน คือ
        ๑. พิมพ์พระประธาน ซึ่งหายากมาก
        ๒. พิมพ์เจดีย หายากเช่นกัน
        ๓. พิมพ์เกศบัวตูมแบบมาตรฐาน พบค่อนข้างมาก
        ๔. พิมพ์เกศบัวตูมประยุกต์ พบมากที่สุด

ใบโพธิ์
        ลักษณะและการรวมกลุ่มของใบโพธิ์เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งที่ใช้วิเคราะห์ให้ละเอียดในแต่ละพิมพ์ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร มาจากช่างคนเดียวกันหรือไม่
        แบ่งได้เป็น ๒ ลักษณะดังนี้
        ๑. ลักษณะใบโพธิ์ ส่วนใหญ่เป็นโพธิ์ใบ โพธิ์เม็ด โพธิ์ตุ่ม หรือโพธิ์เลื้อยจะมีน้อยมาก
        ๒. การรวมกลุ่มของใบโพธิ์ ผู้ทำใช้หลักการจำแนกใบโพธิ์ของพระรอดของ "เชียร ธีระศานต์" ในหนังสือ "พระเครื่องสกุลลำพูน ชุดนพคุณ" แต่ต้องนำมาประยุกต์ใช้กับพระสมเด็จ เพราะพระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ มีใบโพธิ์รวมตัวกันอยู่เพียงตอนบนของซุ้ม ไม่ทอดยาวมาจดด้านล่างบริเวณฐานแบบพระรอด ดังนั้นจึงแบ่งได้เพียงด้านละ ๓ กลุ่ม ทั้งด้านซ้ายและด้านขวาขององค์พระ กล่าวคือ
                ๑. กลุ่มบน อยู่บริเวณเกศเปลวเพลิงรัศมี
                ๒. กลุ่มกลาง อยู่บริเวณรอยต่อของเกศมาลากับเปลวเพลิงรัศมี
                ๓. กลุ่มล่าง อยู่บริเวณเกศมาลากับเศียรองค์พระ บริเวณใบหู

โพธิบัลลังก์
        คือฐานขององค์พระนั่นเอง แบ่งตามจำนวนชั้นและลักษณะของฐาน ได้แก่
        ๑. จำนวนชั้นของฐาน ถ้าเป็นวัดระฆังมีฐาน ๓ ชั้น แต่ถ้าเป็นเกศไชโยจะมีทั้งพิมพ์ ๕ ชั้น และพิมพ์ ๗ ชั้น อย่างไรก็ตาม ผู้ทำยังพบพิมพ์แบบเกศไชโยแต่มี ๓ ชั้น และพิมพ์แบบวัดระฆังที่มี ๕ ชั้น ซึ่งยังต้องวิเคราะห์ต่อไปว่าพิมพ์ลักษณะพิเศษเช่นนี้เป็นพิมพ์ของสมเด็จโตหรือเป็นของเกจิอาจารย์ท่านอื่น เพราะไม่ปรากฎในหนังสืออื่นเลย
        ๒. ลักษณะของฐาน จะสอดคล้องกับพิมพ์ทรงขององค์พระ และจะมีบางพิมพ์ที่ลักษณะฐานไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะฐานชั้นกลาง และฐานชั้นล่าง ลักษณะพิเศษเช่นนี้บ่งบอกได้ว่าเป็นฝีมือของช่างกลุ่มใด ช่างชาวบ้าน ช่างสิบหมู่หรือแม้แต่ช่างหลวง

        สุดท้ายนี้ก่อนจะจบภาควิชาการเบื้องต้นของพระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ ผู้ทำก็อยากจะให้ความเห็นต่อข้อเขียนในนิตยสารพระบางฉบับว่า พิมพ์ปรกโพธิ์น่าจะมาจากช่างแกะพิมพ์ปรกติมาใช้งาน แล้วต่อมาแกะใบโพธิ์เพิ่มเข้าไป ต้องบอกว่า ไม่ใช่เลย เพราะขนาดและสัดส่วนขององค์พระจะไม่เท่ากัน องค์พระของพิมพ์ปรกโพธิ์จะเล็กกว่าพิมพ์อื่น ๆ เพราะต้องมีเนื้อที่บริเวณเหนือเศียรพระสำหรับกลุ่มของใบโพธ์ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา
        อีกประการหนึ่ง พิมพ์ทรงของพิมพ์ปรกโพธิ์ ก็ไม่เหมือนกับพิมพ์ทรงมาตรฐานอยู่แล้ว มีข้อแตกต่างกันมากมาย อันจะแสดงให้ท่านเห็นเมื่อพูดถึงพระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์แต่ละองค์ต่อไป
        โปรดติดตามภาควิเคราะห์ต่อไปได้ใน พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ คราวหน้าที่จะเริ่มด้วยพิมพ์ที่ปรากฏในหนังสือ "สมเด็จโต" ของ แฉล้ม โชติช่วง และ มนัส ยอขันธ์
        ท่านจะพบว่าถ้าท่านได้รู้ว่าพระพิมพ์ปรกโพธิ์มีที่มาที่ไปที่อ้างอิงได้และมีวิธีวิเคราะห์พิมพ์ทรงอย่างเจาะลึก
        ท่านก็อาจเปลี่ยนมาสนใจในพระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ และแสวงหาตามแผงพระ ก่อนที่คนอื่นจะรู้ข้อมูลที่ท่านรู้
        เพราะผู้ทำมิได้มีอาชีพซื้อขายพระเครื่อง จึงไม่ได้คิดจะปิดบังความรู้ที่มีอยู่ ในทางตรงกันข้าม ผู้ทำค่อนข้างที่จะ "ร้อนวิชา" และอยากเผยแพร่ให้ท่านรู้อย่างหมดเปลือก เพื่อจะได้นักสะสมที่มีความรู้ในสิ่งที่สะสม ไม่ใช่ต้องมาพึ่งพาคนขายแต่อย่างเดียว
๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๑
พระสมเด็จวัดเกศไชโยพิมพ์ปรกโพธิ์

        พระวัดเกศไชโยมีพุทธศิลป์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนพระสมเด็จวัดระฆังบางขุนพรหม เส้นสายที่เรียวยาวทั้งซุ้ม องค์พระ และฐาน เล็กและบางกว่าพิมพ์เส้นด้ายบางขุนพรหม  ฐานมีทั้งแบบ ๓ ชั้น ๕ ชั้น ๖ ชั้น ๗ ชั้น และ ๙ ชั้น ลักษณะฐานทั่วไปเป็นฐานเรียวปลายแหลมทั้งสองข้าง
        พระวัดเกศเป็นพระที่มีกรอบบังคับพิมพ์ แต่ซุ้มจะไม่ชิดกับกรอบแบบพระสมเด็จวัดอื่น การตัดมักห่างจากซุ้มและกรอบมาก ทำให้มีเอกลักษณ์ที่เรียกว่า "กรอบกระจก"
        พระสมเด็จวัดเกศไชโยพิมพ์ปรกโพธิ์ จัดเป็นพระที่หายาก โดยทั่วไปจะเห็นกันอยู่ ๒ พิมพ์ ซึ่งเป็นพิมพ์ที่มีลักษณะคล้ายพิมพ์ ๖ ชั้น อกร่อง แต่มีฐาน ๗ ชั้นหูบายศรี ลักษณะโพธิ์จะเป็นโพธิ์ตุ่มห้อยระย้าลงมาหาหน้าตัก

องค์ที่ ๑ : เป็นพิมพ์มาตรฐานที่พบตามแผงหนังสือพระวัดเกศไชโยและนิคยสารพระทั่วไป
        prasomdej.net พระสมเด็จดอทเน็ต
        ด้านหน้า
        prasomdej.net พระสมเด็จดอทเน็ต
        ด้านหลัง

องค์ที่ ๒ : มีพบในหนังสือพระเครื่องบางเล่ม หนังสือ "ตรรกพัทธ์พระวัดเกศ" เรียกพิมพ์นี้ว่า "ปรกโพธิ์พิมพ์ลึก"
        prasomdej.net พระสมเด็จดอทเน็ต
        ด้านหน้า
        prasomdej.net พระสมเด็จดอทเน็ต
        ด้านหลัง

        องค์ที่ ๓ : ไม่เคยปรากฎที่ใดมาก่อน เพราะเป็นพิมพ์ ๕ ชั้น โพธิ์ใบข้างละ ๖ ใบ องค์พระมีความสวยงามอลังการแบบพิมพ์ ๗ ชั้นที่ได้รับความนิยม พุทธศิลป์ต่างจาก ๒ องค์แรกโดยสิ้นเชิง ผู้ทำไม่เคยพบพระพิมพ์ทรงนี้ที่ใดมาก่อนไม่ว่าตามนิตยสารหรือหนังสือพระเครื่อง แม้หนังสือ "ตรรกพัทธ์พระวัดเกศ" ซึ่งเป็นผลงานพระวัดเกศไชโยเล่มล่าสุดของ ธีรยุทธ จงบุญญานุภาพ ฉบับพิมพ์พ.ศ. ๒๕๕๐  ก็ไม่มีภาพพระพิมพ์นี้
        prasomdej.net พระสมเด็จดอทเน็ต
        ด้านหน้า
        prasomdej.net พระสมเด็จดอทเน็ต
        ด้านหลัง

        จัดได้ว่าพระสมเด็จวัดเกศไชโยพิมพ์ปรกโพธิ์องค์นื้ เป็นพระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ที่หายากสุดๆ
๔ สิงหาคม ๒๕๕๑
พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ปรกโพธิ์

        พระสมเด็จบางขุนพรหมคือพระสมเด็จ ๘๔,๐๐๐ องค์ที่สมเด็จโตเป็นประธานในการจัดสร้างปลุกเสก เพื่อบรรจุไว้ในเจดีย์ใหญ่ วัดใหม่อมตรส หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า วัดบางขุนพรหม เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๑๔
        หลังเกิดโรคห่า (อหิวาตกโรค) ระบาดในปี พ.ศ. ๒๔๑๖ พระของสมเด็จโตได้รับความเชื่อถือว่าสามารถนำมาทำน้ำมนต์รักษาโรคได้ เมื่อพระสมเด็จได้หมดจากวัดระฆัง ประชาชนทั่วไปก็เริ่มนึกถึงพระสมเด็จที่อยู่ในเจดีย์ใหญ่วัดบางขุนพรหม จึงได้มีขบวนการนำพระออกจากกรุในรูปแบบต่าง ๆ ประกอบด้วยยุคหลัง ๆ ประเทศไทยได้ประสบกับภัยสงครามหลายครั้ง ผู้คนจึงเริ่มเสาะแสวงหาพระสมเด็จมาคุ้มครอง ทำให้พระมีราคาสูงขึ้น ขบวนการ "ตกพระ" โดยเอาหย่อนเชือกที่มีดินเหนียวติดปลายเชือกลงไปตามช่องระบายอากาศบริเวณคอเจดีย์เพื่อให้พระติดดินเหนียว ก็เริ่มทำกันเป็นล่ำเป็นสัน จนท้ายสุดถึงขนาดตั้งเต็นท์จัดงานศพหลอก ๆ บังหน้า เพื่อขโมยขุดเจดีย์และได้พระไปมากพอสมควร เจ้าอาวาสจึงตัดสินใจเปิดกรุเป็นทางการในปี พ.ศ. ๒๕๐๐
        คราบกรุเกิดจากดินเหนียวที่หล่นลงไปอยู่ในเจดีย์ เมื่อครั้งน้ำท่วมกรุงเทพใหญ่ในปี ๒๔๘๕ วัดบางขุนพรหมอยู่ติดคลองก็พลอยถูกน้ำท่วมไปด้วย ดินเหนียวที่ค้างอยู่ในเจดีย์จึงละลายกับน้ำ ท่วมพระสมเด็จที่บรรจุไว้ ทำให้เกิดคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของวัดนี้
        ส่วน "กรุเก่า" "กรุใหม่" ในวงการพระเครื่องนับจากเวลาที่พระออกจากกรุ ไม่ใช่จากเวลาที่พระอยู่ในกรุ องค์ที่ออกจากกรุก่อนในยุค "ตกพระ" ครั้งแรก ๆ จะเรียกว่า "กรุเก่า" ส่วนองค์ที่ออกมาทีหลังน้ำท่วมกรุงเทพ เริ่มมีคราบกรุแล้ว จะเรียกว่า "กรุใหม่" ไม่เรียกตามระยะเวลาที่อยู่ในกรุ
        พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ปรกโพธิ์ องค์นี้จัดเป็นพระ "กรุใหม่" เพราะมีคราบกรุทั่วองค์ชัดเจน
        เป็นพระพิมพ์ปรกโพธิ์ พิมพ์เจดีย์ โพธิ์ตุ่มที่สวยงามองค์หนึ่ง
        prasomdej.net พระสมเด็จดอทเน็ต
        ด้านหน้า
        prasomdej.net พระสมเด็จดอทเน็ต
        ด้านหลัง
๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑
พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์องค์หนา

        พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์องค์นี้หนากว่าพระทั่วไป คือหนาประมาณ ๗.๒ มิลลิเมตร ขณะที่พระสมเด็จทั่วไปจะหนาประมาณ ๔-๕ มิลลิเมตร พิมพ์ขององค์พระคือพิมพ์ฐานแซม รอยคร่ำจากสภาพการใช้ วรรณะที่ออกเหลืองขององค์พระ บ่งถึงความเก่านับร้อยปีของพระเนื้อผงตระกูลสมเด็จ
        เป็นของวัดใด ? 
        ทำไมหนาผิดปกติ ?
        ทำไมฝนถึงซุ้ม ?
        คำตอบอยู่ที่ประวัติความเป็นมาของพระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์วัดระฆังซึ่งมีที่มาอยู่ ๓ แห่ง
        ๑. จากหนังสือ "ประวัติสมเด็จโต" ของเฉล้ม โชติช่วง และ มนัส ยอขันธ์ สมเด็จโตสร้างพระพิมพ์ปรกโพธิ์เพื่อฉลองการได้เลื่อนสมณศักดิ์ของท่าน
        ๒. จากประวัติครั้งห่าปีระกาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๖ หลังสมเด็จโตมรณภาพแล้ว มีตำนานเล่าว่าท่านเข้าฝันชาวบ้านให้ใช้พระสมเด็จของท่านทำยาแก้โรคห่า
        ๓. จากนักเขียนรุ่นเก่าที่พูดถึงพระพิมพ์ปรกโพธิ์ ถ้าจำไม่ผิดชื่อ โกวิท ตั้งตรงจิต เขียนไว้ในหนังสือรายสัปดาห์ฉบับหนึ่งซึ่งผู้ทำอ่านพบเมื่อ ๔๐ ปีก่อน ว่าสมเด็จโตทำพระพิมพ์ปรกโพธิ์ให้หนาและปลุกเสกนานเป็นพิเศษเพื่อใช้ทำน้ำมนต์และเป็นยา
        สำหรับพระองค์นี้ มีรายละเอียดให้ชมดังนี้
        
        ด้านหน้า
        
        ด้านหลัง
        
        ด้านข้าง

        เนื้อหาพิมพ์ทรงถึงยุคสมเด็จโต ความหนาและเหตุที่ถูกฝนเข้ากันได้จากความเป็นมาในข้อ ๒ และข้อ ๓ แต่สำหรับข้อ ๑) ยังมีข้อกังขาอยู่ เพราะผู้ทำได้พบพระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์วัดระฆังมากมายหลายพิมพ์ มากกว่าสมณศักดิ์ที่สมเด็จโตได้รับ และมากกว่าที่แสดงไว้ในข้อ ๑) เสียอีก
        อย่างไรก็ตาม การศึกษาพระสมเด็จไม่ควรมีการฟันธงว่าใช่หรือไม่ แท้หรือไม่แท้ ควรมีแต่ข้อสันนิษฐานและเหตุผลประกอบให้ผู้อ่านพิจารณา
        พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์องค์หนาองค์นี้ก็เช่นกัน