เรื่องเก่าเล่าใหม่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๑ - ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๓
หน้า 1 2 3 4
๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
บทความเรื่อง	คนดัง คนเด่น
โดย			สามก๊ก

ราชาพระเครื่อง ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๘
ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๗
..............................
สวัสดีครับ พบกันอีกเช่นเคยในรายงานสามก๊กบอกถึงคนดังคนเด่นก็คงจะมีข่าวทั้งที่ถูกใจบ้าง และก็อาจจะมีที่สะกิดใจกันบ้าง ก็เป็นธรรมดาของสังคม คนดีก็มีมาก คนชั่วก็ต้องมีอยู่บ้าง มันเป็นของคู่กันครับ แต่สิ่งที่ดีที่สุดก็คือทำตัวเองให้ดีเสียก่อนแล้วจึงค่อยไปสอนคนอื่น ••มนุษย์เราเป็นสัตว์ประเสริฐทำอะไรต้องมีเหตุผล จริงไหมครับท่าน • • • ก่อนอื่นก็ต้องขอบอกกล่าวข่าวสังคมเกี่ยวกับงานการกุศลที่ทุกคนควรทราบ อย่าลืมนะครับ ๑๒ ก.พ. ๒๗ มีประกวดพระที่ศาลอาญา ฝั่งธนบุรี บางขุนเทียน จัดโดยคณะภริยาคณะตุลาการ ดำเนินงานโดยคุณประสงค์ อิฐรัตน์ และสมาชิกนักเล่นพระทั่วประเทศให้การสนับสนุน เพื่อหาทุนให้กับมูลนิธิสายใจไทย เอ้า ช่วยกันไปส่งพระให้มาก ๆ หน่อยนะครับ • งานต่อไปก็คงที่ จ. นนทบุรี จัดโดยชมรมพระเครื่องนนทบุรี กำหนดเมื่อไรคอยฟังข่าวจากเฮียพายัพ คำพันธ์ จะแจ้งให้ทราบ • ต่อไป ได้ข่าวว่าคุณสุรัตน์ กับพวกจะร่วมกันจัดให้กับโรงเรียนวัดสุทธิ กำหนดเมื่อไรจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่งนะครับ • งานต่อไปได้ข่าวว่าจะมีประกวดกันที่ จ. นครศรีธรรมราช – คุณสุเทพ ฯ บอกข่าวมา เอ้าพวกเรานักเล่นพระชาวใต้ช่วยกันจัดให้ใหญ่สักที • เริ่มปีใหม่ ก็ได้ประกวดกันไปอีกงานผ่านไปที่สนามแต้จิ๋ว จัดโดยคุณนิพัทธ์ จิตรประสงค์ งานก็เสร็จไปด้วยดี ไม่มีของหายหกตกหล่นก็นับว่าเป็นบุญของผู้จัดงาน แต่ว่าค่าสปอนเซอร์ เฮ่อ มันช่างเก็บย้ากยาก ใครยังไม่จ่ายก็รีบ ๆ หน่อยนะครับ • ผลของงานมันอยู่ที่กรรมการมากหน้าหลายตา ก็ต้องมีบ้างละครับทั้งคนดีและก็ไม่ดี ก็ต้องมีปนกันบ้าง คนหมู่มากยากที่จะหาคนดีได้ทั้งหมด จริงไหมครับ • การประกวดพระทุก ๆ งาน มันก็เป็นของธรรมดา คนที่ไม่ได้มันก็ต้องด่า บางทีก็มีไปจ้างให้หนังสือด่า ดังที่ได้ปรากฏสายตาของพวกท่าน แต่พวกที่ได้ก็ว่าดีมีการสรรเสริญ ส่วนพวกที่มีน้ำใจนักกีฬาก็ไม่ว่าอะไร เพราะมันแพ้ได้ชนะได้ มันเป็นของธรรมดา จริงไหมครับท่าน • การร่วมงานกันนี้มันจะต้องมีการเสียสละ มีการให้อภัย มีการเห็นใจผู้จัดงาน ผมคิดว่านักเล่นพระทุก ๆ คนอย่างน้อยก็คงต้องมีศีลธรรมประจำใจกันบ้าง • การประท้วงปะทะประคารม ไม่ว่างานไหนงานนั้น มันต้องมี ถ้าเป็นคนข้างนอกเราไม่ว่ากันแต่ขอเสียทีเถิดน่า พวกระดับกรรมการอย่าเที่ยวพล่านประท้วง มันดูไม่เข้าท่า จริงไหมครับท่านกรรมการผู้มีเกียรติ • ก็ดูตัวอย่างที่ผ่านมา เรื่องพระปิดตา ก็น่าอับอาย รายการประกวดหลวงปู่จีน แต่ของที่ส่งเข้ามาไม่รู้ว่าเจ็กหรือจีน แต่ก็ยังมีบางคนไปยืนลุ้นให้กรรมการตัดสิน กรรมการดีก็ยังมีอยู่ เปี๊ยก ปากน้ำ อดีตประธานชมรมผู้มีปัญญาแหลมคม ก็ไม่ยอมตัดสินนี่แหละ เปาบุ้นจิ้น (ตัวปลอม) ไม่ยอมทำตาม แถมยังประณามขับไล่ แล้วเรียกคนทั้งหลายมาดู ยู้ฮู อายเขาไหมเนี่ย • นี่แหละเขาว่าโตเพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน อยากดังแต่ว่าไม่มีคุณธรรม ไม่รู้จะว่ายังไง •• • นี่ก็ควันหลงจากงานชัยภูมิ ทำไมหนอ คนที่เขาให้เกียรติเป็นกรรมการ แต่ทำไมทำตัวเหมือนกรรมกร ไปยืนสลอนประท้วงเรื่องหลวงพ่อเงิน ไม่นึกเขินนึกอายเขาบ้างหรือไร อยากจะได้โกงรางวัลเอาไปฟันใครเล่า ได้ยินข่าวว่าเอาไปใส่ไว้ในภูเก็ต เอ ใครกันหนอมันช่างหน้าหนาจริง ๆ เอ้า ทราบแล้วเปลี่ยน • ก็เสียงโอดครวญมาจากเมื่อจันทร์ บอกซื้อพระผงสุพรรณจากแถวใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือโดนเถือเสียจนไม่มีชิ้นดี เอาไปดูที่ไหน ๆ ใคร ๆ ก็ว่าเก๊ แต่พอเอาไปคืนตั้งหลายหนก็ขี้เกียจจะทนหน้าด้าน ผลที่สุดก็ต้องไปแลกเอานางนั่งร้านกับพระวัดโข่ง ก็ยังต้องลงเงินให้อีกตั้งหลายหมื่น โอ้ย พอกันทีเชื่อไม่ได้กับคำโฆษณา บ้าๆ บอๆ ล่อเราจะแย่ • • • เรามาพูดความจริงกันดีกว่า ถ้าเขาศรัทธาเชื่อถือ เขาก็ซื้อเราไปเอง อย่ามัวโฆษณาหลอกลวงชาวบ้านอยู่เลย • ก็มีคนถามกันมากมายว่า สมเด็จกรุนี้มีคนสปอนเซอร์เข้าประกวดหลายที่ ก็ไม่เห็นมีกรรมการงานไหนตัดสิน จะเก๊หรือแท้ประการใดนักเล่นพระส่วนใหญ่ไม่มีใครเล่น ก็จำไว้อย่างหนึ่งว่า เชื่ออะไรเขา บอกเขาหลอกให้เราใหลหลง จริงไหมครับท่าน • ยุคนี้มันเป็นยุคกริ่ง แต่ทำไมศูนย์ต่าง ๆ จึงโดนกันกลิ้งไปตาม ๆ กัน ก็พระกริ่งหลวงพ่อทองอยู่ ก็รู้ ๆ กันทั้งวงการว่าใครเป็นผู้สร้าง ใครเป็นผู้ทำ เมื่อหลวงพ่อยังอยู่ก็รู้ ๆ ว่ามีตราเดียว แต่พอหลวงพ่อจากไปตราใหม่ ๆ ก็เกิดมา ในวงการก็ชักสงสัยว่าตราไหนแท้ตราไหนเทียม มันสับสนกันไปหมด เอ้า อยากจะดูให้แน่ ๆ ตราแท้ ๆ ก็ให้ไปขอดูได้ที่วัด • วงการเล่นพระก็ชักก้าวหน้ากันไปมาก เดี๋ยวนี้มีทั้งกลางวันและกลางคืน อย่างเช่น เสี่ยใบแดง กลางวันเปิด ที่ท่าพระจันทร์ กลางคืนเปิดศูนย์ที่บ้านห้าแยกหัวลำโพง ตรงข้ามศาลเจ้าเห้งเจีย เอ้า กลางคืนใครว่าง ๆ ก็ไปนั่งคุยกัน เรื่องน้ำชากาแฟหรือครับ ไม่ต้องห่วงสบายมาก ๆ • • ก็เห็นเสี่ยนิยม อสนี ณ อยุธยา ได้ซุ้มกอพิมพ์ใหญ่ แหมช่างสวยจับใจจริง ๆ ซุ้มองค์นี้เห็นทีองค์เสี่ยดมจะต้องชิดซ้ายเป็นแน่แท้ ถ้าลงประกวดกันเมื่อไรคงได้สาหนุก • ก็หายหน้าไปเสียนาน นึกว่าลืมพวกน้อง ๆ ที่อยู่ในสนาม คุณเสถียร เสถียรสุต ก็ยังเอาของสวย ๆ มาถ่ายรูปที่ร้านคุณดุก มหาชัย แต่ละองค์แหมช่างสวย ๆ จับใจ นับว่าเก็บของที่ยอดจริง ๆ • คลังแห่งพระซุ้มกอ พิมพ์ขนมเปี๊ยะ กรุท่าพุทรา เรียกว่ากรุล่าสุดชุดมาตรฐานก็ทำให้คุณเชียร ธีรศานต์ ต้องสนใจ ต้องเก็บไว้ พระกรุนี้เนื้อดีน่าเล่น เอ้า ใครสนใจขอชมได้นะครับ •• • ก็ศึกภายในของสมาคม ชมรมก็ยังถล่มกันจนเหม็นน้ำลาย นี่นะหรือคือความสามัคคี แม้แต่คนสองคนยังดีกันไม่ได้ ยังเที่ยวสาวไส้กันไปมา เที่ยวนินทาด่าว่ากันลับหลัง ฟังแล้วเศร้า • • การจัดงานนั้นมันไม่ใช่ของง่าย ยิ่งเป็นประธานจัดงานมันก็ยิ่งบานไปเรื่อย ๆ ทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย อย่างคุณสุพล ภัทรสุมันต์ เป็นประธานจัดงานที่นครปฐม ก็มีคนชมว่าทำดี ก็คงมีเงินเข้าวัดเพื่อการกุศลในทางพระศาสนาได้เป็นอย่างดี ก็ขออนุโมทนาด้วยครับ • วิ่งเต้นเหนื่อยหน่อยก็คงเป็น คุณจุ้ย นครปฐม หนักนิดเบาหน่อยก็ค่อยให้อภัยกันนะครับ คนทำงานทั้งนั้น ย่อมมีพลาดเป็นของธรรมดา • ในงานนี้ก็มีท่านผู้ใหญ่ไปให้กำลังใจในงานกันอย่างคับคั่ง อย่างเช่น ปลัดจังหวัด ท่านรองผู้การ ท่านก็ให้เกียรติมาในงานครั้งนี้ พวกเราชาวนักเล่นพระรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจเป็นอย่างยิ่ง • ท่าน ส.ส. พรชัย ปทุมรักษ์ ท่านก็ให้กำลังใจในการจัดงานครั้งนี้เป็นอย่างดียิ่ง • ในงานนี้ ทั้งเซียนน้อยเซียนใหญ่ก็ไปกันอย่างคับคั่ง โฆษกชื่อดังก็คงเป็น แพร สีทอง โฆษกชื่อก้องคือ คุณแดง สนิทวงศ์ โฆษกพูดตรงก็คงเป็น ช้าง ราชดำเนิน โฆษกพูดเพลินก็ต้องยกให้อาจารย์ ช. ชวนเชย ขอบคุณครับ ๆ • นับว่าเป็นเกียรติกับงานและวงการประกวดพระเป็นอย่างสูงที่ ฯพณฯ ท่าน ศ.จ. สัญญา ธรรมศักดิ์ ประธานองคมนตรี ได้กรุณามามอบโล่เกียรติคุณประเภทโล่รวมในงานประกวดพระที่สมาคมแต้จิ๋ว ที่ผ่านมา พวกเราชาวนักนิยมที่สะสมพระเครื่องรู้สึกซาบซึ้งในความกรุณาปราณีของ ฯพณฯ ท่านเป็นอย่างสูง จึงขอขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย • วงการนักเล่นพระก็เป็นที่ประจักษ์ทั้งในวงการผู้ใหญ่ชั้นสูงก็มากมาย มีการประกวดพระครั้งใดก็มีผู้หลักผู้ใหญ่มาให้เกียรติเพื่อเป็นกำลังใจ ฉะนั้นพวกเราทุกคนควรจะช่วยกันรักษาเกียรติและคุณงามความดีกันเอาไว้ •• • หายหน้าไปเสียนานอาจารย์ครับ ได้ข่าวว่าถูกพวกพันธุ์ปากพล่อยไล่งับเห่าอยู่หลายเวลา ไม่เป็นไรทำใจเย็น ๆ เราเกิดมาเป็นคนก็ต้องโดน เป็นของธรรมดา แต่โบราณท่านให้ข้อคิดสะกิดใจไว้ว่า หมาเห่าหมากัดแล้วอย่ากัดตอบมันผิดระบอบ เพราะเราไม่ใช่หมา • ยุคนี้สมัยนี้ของดีไม่ดีก็ได้ชื่อว่าศูนย์ มีกันอยู่มากมายเหลือเกิน จะจ่ายเงินรับของก็ลองดูกันให้ดีอาจจะมีประเภทพวกสูญหายหรือว่าสูญพันธุ์ วันหนึ่งจะต้องช้ำใจ • พูดถึงศูนย์ถ้าพวกขายพระใหม่ได้มีพระอาจารย์ เรานั้นก็ว่าดี พวกศูนย์ขายพระเก่าเล่ายี่ห้อก็พอคบได้แต่บางพวกบางศูนย์ทำจัญไรขายแต่พระเก๊ แล้วเที่ยวเร่โฆษณาว่าของข้าแท้ เที่ยวเผยแพร่ว่าเป็นพระกรุ ใครไปหลงเชื่อมันก็หวานโอชาไปเลย • ยังมีอีกครับ บางศูนย์ออกทุนช่วยสร้างที่กำลังดังอยู่เดี๋ยวนี้ พอทำออกมาไม่รู้ว่าตีตราของใคร ตราวัดหรือตราบ้านพันกันมั่วไปหมด ไอ้ที่ว่าดังอย่างกริ่งก็เลยต้องกลิ้งไปตาม ๆ กัน • เดี๋ยวนี้ก้าวหน้าไปกว่าเก่า ที่พวกเรารู้จักเขาว่าเสี่ยว โย่ง (ธีรภาพ วงษ์เทียนชัย) ได้เปิดศาลาพระเครื่องเฟื่องนคร อยู่ใกล้ ๆ กับวัดราชบพิตร ว่าง ๆ ไปนั่งคุยกันบ้างก็ยังได้ •• • ส่วนคุณนิรันดร์ วนิชวรนันท์ หันมาเปิดศูนย์อยู่ใกล้ ๆ กับโคลีเซี่ยม ใครจะแวะไปเยี่ยมคุยด้วยก็ได้ • คนสุพรรณนั้นย่อมทิ้งไม่ได้เรื่องพระขุนแผน ถ้าไม่เชื่อก็ลองขอดูได้ที่คุณลิ้ม สุพรรณ ของเขาสวยจริง ๆ •• • นี่ก็เข้าตำหรับของพระขุนแผนเหมือนกัน พล.ต. ถเกิง ประเสริฐสุนทราศัย เก็บพระขุนแผนสวย ๆ ไว้มากมาย ระยะนี้คงไม่ว่างจึงเหินห่างสนามไป แฟน ๆ คิดถึงครับท่าน • ดวงกำลังดีก็มีลูกค้ามาขึ้นกันมากมาย คุณนิคม ภมรพล คนใจดีจึงมีคนเชื่อถือมากมาย • ก็เก็บของสวย ๆ ไว้มากมาย คุณเกรียงไกร กิจมหาวงษ์ ส่งประกวดครั้งใดเป็นต้องได้โล่รวม ยอดจริง ๆ ครับ • นี่ก็หายหน้าไปนาน ผู้จัดการหนวดงาม คุณวิศิษย์ วงศ์นาค ได้ข่าวว่าเก็บของสวย ๆ ไว้มากมาย • วิทยา น่ารัก เจ้าของแป้งน่ารักที่มีชื่อติดบอร์ดยอดของการรับโล่ ทั้งโล่เล็กโล่รวม ยอดจริง ๆ ครับ • แต่เสี่ยสุรินทร์ก็ไม่ยอมถอยได้ง่าย ๆ มีงานเมื่อไรเป็นต้องช่วยกันอย่างเต็มที่ คนดี ๆ ก็มีแต่คนชมเชย • เจ้านี้ก็ไม่เคยขาดสายเรื่องน้ำใจของการทำบุญ คุณชาย อินทรวิจิตร ประธานใหญ่ฝ่ายให้น้ำ ระยะนี้เก็บหลวงพ่อเงินสวย ๆ ไว้หลายองค์ • ผู้จัดการฝ่ายตลาดที่ขาดไม่ได้ก็ต้องยกให้คุณสาธร ชาน มีงานมากเป็นประจำอยู่เสมอ จัดงานครั้งไรมีแต่ได้กับได้ ยอดจริง ๆ ครับ • ตัวเล็กงานใหญ่ เดินไกลจ่ายเร็ว เรื่องนี้ต้องยกให้เสี่ยหนาน เขาถนัดนัก ขึ้นใต้ล่องเหนือขึ้นเรือลงรถ เล่นกันหมดกระบวนการ นับว่าเขายอดจริง ๆ ของการเดินทาง • • ขึ้น ๆ ล่อง ๆ เป็นประจำ พ.ต.อ. ศิลปพร ภูมะธน คนขยันของวงการตำรวจไทย งานก็ดีพระก็ยังได้ สบายเขาละ • ยังเหนียวแน่นไม่จางกับสมเด็จพิมพ์ใหญ่องค์งาม คุณนพณรงค์ จันทร์เพ็ญ พวกขอแบ่งเท่าไรก็ไม่ยอมจ่ายไปให้สักที • ย้ายไปรับตำแหน่งใหม่ ก็คงต้องใหญ่กว่าเดิม คุณจิรธร บุญญฤทธิ์ ไปอยู่เชียงใหม่ ใครผ่านไปอย่าลืมแวะไปชมกรุของดีนะครับ •• • ก็แสดงความเสียใจกับคุณเก๊า ช่างพิมพ์ ที่ต้องสูญเสียผู้บังเกิดเกล้า และต้องแสดงความเสียใจกับคุณเหลา กาญจนศิลป์ ที่สูญเสียผู้บังเกิดเกล้าไป ก็เป็นของธรรมดาครับ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นหลักสัจจธรรม พวกเราทุก ๆ คนหนีไม่พ้นไม่ว่าจะจนหรือมี • นี่ก็เป็นธรรมะของพระพุทธเจ้า ตรัสไว้ว่า นิมิตต สาธุ กตัญญู กตเวทิตา ความเป็นผู้รู้จักบุญคุณนั้นเป็นเครื่องหมายของคนดี •
๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
บทความเรื่อง	สัมภาษณ์ อาจารย์เซีย บุษปะบุตร
โดย			ประจักษ์  กระแสสินธุ์

พระเครื่องปริทัศน์ ฉบับที่ ๑
พ.ศ. ๒๕๑๕
..............................
ถาม อาจารย์เล่นพระมากี่ปีแล้ว ตอบ ประมาณ ๖๒ ปี เล่นมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๓ ถาม เมื่อเริ่มเล่น ใครเป็นคนแนะนำ ตอบ ชื่อนายเมือง เป็นข้าราชการกระทรวงกลาโหม ถาม เขาแนะนำอาจารย์อย่างใด เช่น แนะนำวิธีการดู ช่วยจับพระให้ หรือหาพระมาเสนอ ตอบ เขาขอแลกก่อน แต่ไม่อยากจะแลกด้วย ต่อมาเขาชวนไปเที่ยวบ้านรองอำมาตย์โทฉาย ซึ่งเป็นเสมียนของกรมหลวงพิษณุโลก เป็นนักสะสมพระเก่า เมื่อได้เห็นพระที่นั่น ก็เกิดเลื่อมใส ถาม เหมือนกับเป็นแรงบันดาลใจว่าต้องเป็นนักสะสมได้ อย่างรองอำมาตย์โทฉาย-ใช่ไหม? ตอบ ใช่ ประกอบกับรองอำมาตย์โทฉายบอกว่า ถ้าอยากได้พระอะไรให้บอก จะแลกเปลี่ยนให้ แต่อย่าไปซื้อใครเพราะยังไม่เป็น ถาม วิธีการแลกเปลี่ยนตอนนั้น ทำอย่างไร ตอบ ส่วนมากแลกด้วยเงิน เขาบอกราคาต้นทุนที่ได้มา ส่วนจะให้เขาเท่าใดก็สุดแล้วแต่เรา แต่ที่เอาของไปแลกรู้สึกจะน้อยมาก ถาม อาจารย์ได้ความรู้เบื้องต้นจากรองอำมาตย์โทฉาย ตอบ ใช่ เพราะพอเกิดความเลื่อมใส ผมก็ไปเที่ยวบ่อย ๆ หนักเข้าบางวันก็นอนที่นั่นเลย ต่อมาจึงพากันไปเที่ยวที่อื่น ถาม สมัยที่อาจารย์เริ่มเล่น พระอะไรอยู่ในความนิยมที่สุด ตอบ พระสกุลลำพูน กำแพงเพชร พิจิตร และสมเด็จ ถาม อาจารย์เคยสังเกตไหมว่า ความนิยมในการเล่นพระแต่ละประเภทเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ตอบ ใช่ ถาม เรียกว่าจะนิยมประเภทใด ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ขณะนั้นใช่ไหม เช่น ขณะสงครามก็นิยมเล่นพระประเภทมหาอุตม์ หรือแคล้วคลาด เป็นต้น ตอบ ทำนองนั้น ถาม ปัจจุบัน นิยมเล่นพระอะไรกัน ตอบ พระสมเด็จ ทุ่งเศรษฐี เม็ดขนุน ซุ้มกอ กำแพงพลูจีบ รอด นางพญา ท่ามาะปราง ถาม มีทีท่าจะเปลี่ยนไปนิยมเล่นพระประเภทอื่น ในระยะเวลาอันใกล้นี้ไหม? ตอบ เห็นจะยังไม่มี ถาม จริงไหมที่ว่า การเล่นพระสมัยนี้ต้องเล่นตามความนิยม อาจารย์มีความคิดเห็นอย่างไร ตอบ จริง เพราะเล่นกันตามคำโฆษณา หรือเล่าลือกัน แต่สำหรับผมต้องพิสูจน์เสียก่อนที่เล่าลือกันนั้นจริงหรือไม่ หากจริงจึงค่อยว่ากันต่อไป ถาม เดี๋ยวนี้อาจารย์ยังจับพระอยู่หรือเปล่า? ตอบ จับ ยังสะสมอยู่ตลอดเวลา แต่ผมมีหลักของผมอยู่ว่าต้องไม่ให้ครอบครัวเดือดร้อน คือ เดือนหนึ่งจะกันเงินไว้เพื่อการนี้เท่าใด ก็กันไว้ แล้วเล่นภายในวงเงินนั้น ถาม การเช่าพระสมัยนี้กับสมัยก่อน ต่างกันไหม? ตอบ ต่างกันมาก สมัยก่อนเช่าแพงต้องบอกถูก เพราะถ้าบอกแพงก็จะต้องเช่าแพงยิ่งขึ้น เพราะเขารู้เสียแล้ว แต่สมัยนี้เช่าเท่าใดต้องบอกให้สูงกว่า จะได้ขายได้ในราคาสูงขึ้นไปอีก ฉะนั้น ถ้าบอกว่ากันเองเอาแค่ต้นทุน ความจริงเขาก็ได้กำไรอยู่แล้ว ถาม พระชุดเบญจภาคีหาดูยาก อาจารย์เคยคิดไหมว่า ต่อไปนักเล่นรุ่นใหม่จะดูพระชุดนี้ไม่เป็น ตอบ ไม่คิด เพราะเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนแต่ก่อน สมัยก่อนปกปิดความรู้ มีของจริงก็ไม่อวดไม่แนะนำใคร เพราะถ้าอวดหรือแนะนำคนอื่นเล่นเป็น เราก็ไม่ได้ของ แต่เดี๋ยวนี้ต้องอวดกัน บางทีเอามาประกวดประชันกันเสียด้วยซ้ำ แต่ก็เป็นทางหนึ่งที่คนอื่นจะได้ศึกษาไปด้วย นอกจากนี้ใครมีของดีขอเขาดูเขาก็ยินดีให้ดู ฉะนั้น ถ้าสนใจจริง ๆ แล้ว ต่อไปก็ดูเป็น ถาม ปัจจุบันมีของปลอมมากกว่าของจริง จะมีทางแก้ไขเรื่องนี้หรือไม่ ตอบ ไม่มีทาง คอยระวังตัวเองให้รอดพ้นก็พอแล้ว การเล่นไม่ว่าจะเล่นอะไรก็ตาม ขอให้มีไหวพริบ ถ้าพลาดก็เจ็บน้อยและได้ความรู้ป็นครู วิธีการเล่นพระของคนบางคนชอบเล่นกับคนที่อ่อนกว่า เพราะได้เปรียบ แต่ผมชอบเล่นกับคนที่เหนือกว่า เพราะได้ความรู้ ดูวิธีการของเขา ถึงแม้ว่าเราจะเสียเปรียบบ้างก็ยอม ถาม อาจารย์เคยเป็นกรรมการตัดสินการประกวดพระมาแล้วกี่ครั้ง ตอบ จำไม่ได้ เพราะหลายครั้ง ถาม ที่ไหนบ้าง ตอบ ทั้งนครหลวงและต่างจังหวัด แต่ส่วนมากในนครหลวงฯ เช่นที่วัดอินทรวิหาร และวัดเชตุพน ต่างจังหวัดก็มีที่ราชบุรี ถาม ทุกครั้งที่เป็นกรรมการ อาจารย์เคยส่งพระเข้าประกวดในนามตัวเอง หรือในนามคนอื่นไหม? ตอบ ไม่เคย ถาม อาจารย์คิดว่าวิธีใดบ้าง ที่จะทำให้กระบวนการประกวดพระมีความยุติธรรมมากที่สุด ตอบ เรื่องนี้ยาก เพราะกรรมการหลายคน วิธีแก้ต้องแก้ที่กรรมการ ถาม อาจารย์มีแนวอย่างใดในการพิจารณาตัดสิน ตอบ ผมถือเป็นหลักสำคัญ ไม่ถือพวก เพราะผมไม่ได้มีอาชีพส่งเสริมหลวงพ่อให้มีราคาขึ้น ถาม อาจารย์ถนัดดูพระประเภทใด ตอบ ทุกประเภท ถาม อาจารย์มีหลักอย่างใดในการพิจารณาพระแต่ละประเภท ตอบ หลักของผมก็คือ ต้องแม่นทั้งพิมพ์และเนื้อ ทั้ง ๒ อย่างนี้ต้องไปด้วยกันเสมอ ถ้าเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ไปไม่รอด และที่สำคัญต้องมีของจริงไว้เป็นตัวอย่าง เพราะถ้าไม่ดูบ่อย ๆ ก็ลืมได้เหมือนกัน ฉะนั้นว่างเมื่อใดต้องหยิบขึ้นดู เปรียบเทียบกันทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะการจับพระเราเลือกเวลาไม่ได้ บางทีกลางคืนก็ต้องจับ ถาม อาจารย์ใช้แว่นอะไร ตอบ ไซส์ ถาม กำลังขยายกี่เท่า ตอบ ๑๐ เท่า ถาม อาจารย์ห้อยพระอะไรเป็นประจำ ตอบ ไม่เคยห้อยประจำเลย วันไหนนึกจะหยิบหลวงพ่อองค์ไหนขึ้นคอ ก็อาราธนาขึ้นคอ เอาของที่เราเคารพหมุนเวียนกันเสมอ ถาม ในทรรศนะของอาจารย์ หลวงพ่ออะไรที่อาจารย์เชื่อมั่น ตอบ นอกจากสมเด็จแล้ว ก็มีหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง สมเด็จพระสังฆราชแพ วัดสุทัศน์ หลวงพ่อสุข วัดมะขามเฒ่า หลวงปู่มา วัดจักรวรรดิ์ หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง หลวงพ่อเงิน พิจิตร ถาม ถ้ามีคนมาขอให้ช่วยดูพระ อาจารย์จะขัดข้องไหม? ตอบ ไม่ขัดข้อง ถาม มีเงื่อนไขอะไรไหม? ตอบ มี เมื่อดูแล้วห้ามนำไปบอกคนอื่นว่าผมดูให้ ถ้ารับปากได้ก็ยินดี ถาม ที่ไหน เวลาใด ตอบ ที่ห้างบริบูรณ์โอสถ หลังกระทรวงมหาดไทย เวลาทำงาน
๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๒
บทความเรื่อง	กรุวัดราชสิงขร
โดย			หนาน คำฟู

นิตยสาร "พระเครื่องประยุกต์" ปีที่ ๑๑ ฉบับที่ ๓๒๗
ประจำวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๒ ถึง  ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๒
..............................
"ยังเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบว่าใครเป็นผู้สร้างและนำมาบรรจุไว้ในพระเจดีย์ใหญ่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ท่านพระครูบวรพัฒนโกศล เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันก็ไม่ทราบ" สอบถามคนเก่าแก่อย่างคุณลุงเวียนที่ยังวนเวียนเข้าออกในวัดก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร จากการเปิดเผยของท่านพระครูร่วมกับพระในวัดและฆราวาสอีกหลายท่านพอจะได้ความว่าพระพิมพ์ต่าง ๆ ส่วนมากเป็น เนื้อผง พอแยกเนื้อได้ดังนี้ ๑. เนื้อผง ๙๕% ๒. เนื้อดิน ๑๐ % ๓. เนื้อโลหะ ๕% สรุป เนื้อผง มีจำนวนมากกว่า และยังมีพิมพ์ต่าง ๆ อีกหลายพิมพ์ทำนอง พระฝากกรุ คือมีพิมพ์จากวัดวาอารามกรุต่าง ๆ ในนคร ทั้งกรุวัดเงิน คลองเตยที่อยู่ใต้ลำน้ำเจ้าพระยาลงไปก็มีพบในกรุนี้เช่นกัน มากที่สุดคือ พิมพ์สมเด็จ เท่าที่คุณอุดมพร คชหิรัญ (นาท ภูวนัย) พระเอกนักเล่นพระได้รวบรวมเอาไว้และเขียนลงในหนังสือ "เทศาภิบาล" ของกรมการปกครอง มีพิมพ์ต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้คือ ๑. พิมพ์พระประธาน ๒. พิมพ์ทรงเจดีย์ใหญ่ ๓. พิมพ์ใหญ่ ๔. พิมพ์ทรงเจดีย์ (แบบวัดระฆัง) ๕. พิมพ์ทรงเจดีย์เล็ก ๖. พิมพ์เกศบัวตูม ๗. พิมพ์ พระราชลัญจกร ร.๕ ๘. พิมพ์เส้นด้าย ๙. พิมพ์ฐานคู่ ๑๐. พิมพ์พิเศษ เมื่อทำการคัดพระแล้วพบว่าพิมพ์ พระราชลัญจกร มีน้อยมากประมาณ ๑๐ องค์เศษ บางองค์ตื่นเต้นมาก เพราะมีส่วนคล้ายคลึงกับกรุวัดบางขุนพรหมอย่างยิ่งทั้งเนื้อหาสาระและมวลสารคลอดจนพิมพ์ทรง ถ้าไม่บอกว่าเป็นกรุวัดราชสิงขร ผมว่า คงตื่นเต้นกันทีเดียวแหละ
..............................
ที่มาของพระกรุ ท่านพระครู เจ้าอาวาสวัดได้กรุณาเปิดเผยถึงเรื่องราวความเป็นมาของท่านและของกรุพระนี้ให้ผมทราบอย่างสรุป ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการเขียนเพื่อวิเคราะห์หาที่มาอันแท้จริงของกรุนี้ต่อไป (ผู้ใดทราบจะแจ้งเป็นวิทยาทานส่งไปที่วัดราชสิงขร ก็ได้ครับ) ท่านพระครูบวรพัฒนโกศล นามเดิม อุไร นามสกุล "แก้วประสิทธิ์" พื้นเพเดิม หมู่ที่ ๓ ต. เมืองเก่า อ. พนมสารคาม จ. ฉะเชิงเทรา หรือแปดริ้ว เกิด ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ อุปสมบทเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ หลังจากอุปสมบทได้ ๑ พรรษาก็มาอยู่วัดไตรมิตรวราราม แหลมฟ้าผ่า สมุทรปราการ ภายหลังสอบได้นักธรรมเอก เป็นพระใบฎีกาฐานาของ พระวิสุทธิธรรมาจารย์ วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ กทม. และย้ายมาอยู่ที่วัดราชสิงขรแต่นั้นมาประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๕ พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นพระครูธรรมธร ฐานาของพระธรรมรัตนากร วัดมหาธาตุฯ พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นเจ้าอาวาสวัดราชสิงขร จนบัดนี้เป็นเวลา ๑๗ ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ที่พระครูบวรพัฒนโกศล พ.ศ. ๒๕๒๙ เลื่อนศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกราชทินนามเดิม จากประวัติของท่านพระครูพอจะทราบได้ว่าท่านมาครองวัดนี้ได้เพียง ๑๗ ปี บวกกับอยู่มาแต่ พ.ศ. ๒๕๐๕ รวมแล้วอยู่วัดนี้ ๒๗ ปี ก็ยังหาคำตอบไม่ได้เรื่อง ความเป็นมาของกรุนี้แต่อย่างใด
..............................
เหตุที่พบพระกรุ เล่าต่อมาท่ามกลาง พระ เณร ฆราวาส ที่ใกล้ชิดหลายคนเป็นสักขีพยานมีทั้งผู้อาวุโสกว่าและอ่อนกว่าเพื่อคอยเสริมบางตอนที่ขาดช่วงให้สมบูรณ์โดยเปิดเผย และให้ประโยชน์ในการแสวงหาข้อมูลในครั้งนี้อย่างมาก ลุงเวียน หรือ คุณสุพัฒน์ ธงถาวรสุวรรณ หรือเฮียเซียะ ศิษย์เก่าวัดราชสิงขรมาแต่เด็ก ประมาณเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๒๖ (ก็หลายปีมาแล้ว) ท่านพระครูมีคำสั่งให้ พระ เณร ช่วยกันทำความสะอาดบริเวณองค์เจดีย์ข้างกุฏิของท่าน (หน้าวิหารเก่า) ตามรอบ ๆ ฐานพระเจดีย์มีช่อง ๆ สำหรับบรรจุอัฐิของผู้ล่วงลับจำนวนหลายช่องด้วยกันทั้งหมด ๑๕ ช่อง ระหว่างทำความสะอาดพบว่ามีอยู่ช่องหนึ่งปิดด้วยอิฐชำรุดทะลุเป็นโพรง ก็รายงานให้ท่านพระครูทราบต่อมาประกาศให้ญาติโยมทั้งหลายทราบผ่านทางสื่อมวลชนหลายแขนง เพื่อให้ญาติโยมทั้งหลายเจ้าของอัฐิมาพบเพื่อหารือในการที่จะทำการบูรณะช่องเก็บอัฐิต่อไป บางช่องก็ปรากฎชื่อนามสกุล อ่านได้บางช่องก็เลอะเลือนอ่านไม่ออก มีช่องหนึ่งอ่านได้แต่คำหน้าว่า "พระยา..." ข้อความต่อไปเลอะเลือนอ่านไม่ออก บรรทัดต่อมาคือ พ.ศ. ๒๔๔๓ ทำการเปิดออกดูพบโกฎไม้ผุพังกลายเป็นผงปะปนกับกระดูกรวมกันอยู่จึงได้นำมาเก็บรักษาไว้ในขวดโหลเขียนปะหน้าเท่าที่พออ่านได้แค่นั้น ทางวัดรักษาเอาไว้เพื่อรอญาติ หลังจากนั้นก็ทำความสะอาดช่องดังกล่าวด้วยการงัดแผ่นอิฐที่ขวางอยู่เพื่อความสะดวกในการบูรณะใหม่ หยุดพักแล้วดำเนินต่อไปใหม่ทั้ง ๆ ที่เป็นเวลากลางคืนแต่คนแยะมาช่วยกันบูรณะทำความสะอาด พระเณรหลายรูปขยันขันแข็งกันดี จากการขุดเจาะและกวาดในช่องดังกล่าวนี้ พระ เณร ก็ตกตะลึงแทนที่จะเป็นเศษกระดูกของผู้ล่วงลับติดออกมากลับกลายเป็นก้อนดินที่เกาะตัวแน่นเมื่อนำมาดูในแสงสว่างก็พบว่า เป็นพระเครื่องที่เกาะติดเป็นก้อนกลมหนา ให้จอบกวาดเข้าไปโกยออกมาอีก ก็มีพระพิมพ์ติดออกมาจำนวนมากจนกระทั่งเกือบรุ่งเช้า พระ เณรไม่ต้องจำวัดกันละ เมื่อรู้ว่าพบพระพิมพ์ชาวบ้านใกล้วัดเริ่มทยอยกันเข้ามาดูจากหนึ่งคนเป็นสิบ ๆ คน ล้วนแต่คนข้างวัดไม่มีคนอื่น ๆ ช่วยกันบรรจุพระเครื่องที่พบใส่ลังกระดาษกล่องใหญ่บ้างเล็กบ้าง คุณลุงเวียน คุณเซียะ รวมอยู่ด้วยในจำนวนฆราวาสที่มาช่วยในครั้งนี้บรรจุได้ถึง ๑๔ กล่อง (ยังไม่หมด) เมื่อทำการกวาดเก็บโดยการใช้จอบโกยออกมาเพราะช่องเล็กแคบเกินกว่าคนจะมุดเข้าไปได้ ถึงได้ก็ไม่มีใครกล้ามุดเข้าไปด้วยมืดและวังเวงพอสมควร บรรดา พระ เณร และฆราวาส ใกล้วัด ญาติโยมที่คุ้นเคยกันดีก็มาช่วยกันคัดพระ ตรวจนับ จำนวนที่คงสภาพสมบูรณ์ ไม่แตกหักจนป่น แยกออกเป็น ๒ กอง คือกองสมบูรณ์ กับ แตกหัก เฉพาะที่สมบูรณ์มีจำนวนมากกว่า ๔๐,๐๐๐ องค์ รวมพระทุกชนิดยังไม่แยกประเภท ทุกองค์มีคราบจับบางบ้าง หนาบ้าง ต่อมาได้มอบหมายให้พระทวี วัดหนัง บางขุนเทียน นำไปล้างคราบ มีพระเหลือประมาณ ๒๐,๐๐๐ องค์เศษ ๆ ต่อมาพระทวีได้ขอพระพิมพ์เหล่านี้นำเอาไปให้เช่าบูชาจัดหาทุนสร้างเขื่อนให้วัดนางนอง ตามที่พระรัตนกวี เจ้าอาวาสวัดนางนองเป็นผู้แนะนำมาพบ พระพิมพ์นี้เอาไปให้พระทวี ล้างคราบ ก่อนจะนำออกเช่าบูชา พระพิมพ์ที่พบทั้งหมดถูกนำเข้าพิธีพุทธาภิเศกอีกครั้ง และนำไปฝากพิธีหลายแห่งด้วยกันด้วยไม่ทราบว่ามีผู้ใดสร้างไว้แต่เมื่อใด จะเป็นของจริงของปลอมไม่แน่ใจ เข้าพิธีเอาไว้ก่อนเพื่อความเป็นมงคล และถูกต้องตามพิธีกรรมสร้างพระ วัดนางนองได้รับพระไปประมาณ ๑๐,๐๐๐ องค์ ออกให้เช่าบูชาหรือมอบให้แก่ผู้บริจาคทรัพย์สร้างเขื่อนกั้นน้ำหน้าวัดองค์ละ ๑๐๐ บาท ได้พระพิมพ์ สมเด็จไป ๑ องค์ ปรากฏว่าชั่วระยะเวลาไม่ถึง ๒ เดือน พระหมดเกลี้ยงเพราะบางคนทำบุญจำนวนมากเอาพระไปจำนวนมาก ฝ่ายท่านพระครูวัดราชสิงขรเห็นว่าวัดนางนองทำประโยชน์สร้างเขื่อนอยู่ ก็อนุโมทนาบริจาคให้อีกกว่า ๑๐,๐๐๐ องค์รวมแล้วไม่ต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ องค์ มีเหลืออยู่ที่วัดราชสิงขรจริง ๆ ตอนนั้นไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ องค์ แต่ก็แจกกันเกรียวกราว ตอนใครทำบุญที่วัดเป็นต้องได้กันทุกคน ต่อมาพระเหล่านี้ชักเหลือน้อยเข้า บรรดาพระ เณร ฆราวาส ผู้รับใช้ในวัดในฐานะศิษย์เก่าต้องแยกพระออกมาไว้ต่างหากจากพระครูเพราะท่านเอาแต่แจกอย่างเดียว มีการกำหนดอัตราเช่าบูชาขึ้นเพื่อสมทบทุนสำหรับบูรณะวัดต่อไป พิมพ์ที่มีน้อยก็แพงหน่อยและต่ำลงมาตามจำนวนมากน้อยของพระพิมพ์ที่มีอยู่แต่กระนั้นก็มีผู้เข้าวัดกันทุกวัน บางองค์นำไปใส่ตลับทองกลายเป็น กรุบางขุนพรหม ไป ก็ไม่ใช่น้อย ภายหลังได้สร้างพระขึ้นมาใหม่นำเศษหัก ๆ ชำรุดสร้างเป็นพระเครื่องขึ้นใหม่ "หลวงพ่อแดง" มาถึงวันนี้ ชักหายากเข้าทุกที ไหนจะหมดไปเพราะแจก และยังนำมาสร้าง "หลวงพ่อแดง" พระพุทธรูป พระประธานในพระวิหารที่ศักดิ์สิทธิ์อีก ผมไปที่วัดนี้ปลายแถวเสียแล้ว ได้มากคือ รูปที่คุณเซียะกรุณาถ่ายมอบให้เพื่อเป็นวิทยาทานนำมาเผยแพร่แค่นี้แหละที่เรียกว่าสมบูรณ์กับพระแตก ๆ หัก ชำรุด ดินเกาะหนาอีก ๔ – ๕ องค์ก็มาศึกษากับสมบูรณ์มนตลับ "แป๊ะตั๊ง" อีก ๑ องค์จากความกรุณาของท่านพระครู ท่านพระครูเองก็หมดนอกจากแตก ๆ หัก ๆ ที่ท่านเก็บเอาไว้ศึกษาของท่าน สรุปแล้วจนบัดนี้ก็ยังไม่ทราบว่า พระพิมพ์เหล่านี้นับหมื่น ๆ องค์ ใครนำมาบรรจุไว้ จะเป็นของแท้หรือของปลอมก็ไม่ทราบได้ไม่มีใครให้คำตอบที่สมบูรณ์ได้ ผมเอาไปให้เพื่อพ้องสันทัดของวงการแยกแยะวิเคราะห์กันว่า บางพิมพ์เข้า บางขุนพรหม บางพิมพ์เตลิดออกออกไปเป็นพิมพ์ใหม่ เนื้อหา สาระ มวลสาร คราบกรุแจ๋ว ชนิดเล่นได้ อายุการบรรจุต้องหลายปีไม่อย่างนั้นคงไม่มีดินจับเกาะคราบผิวหนา และ แข็งอย่างนี้ ที่แน่นอนคือ การทำพระปลอมยัดกรุ เพื่อหวังผลประโยชน์นั้นดูแล้วยาก เพราะพระที่ขึ้นมามีจำนวนมอย่างน้อย ๔๐,๐๐๐ องค์ ต้นทุนการผลิตอย่างน้อยองค์ละบาทก็ ๔๐,๐๐๐ กว่าบาท คงไม่มีใครใจถึงลงทุนมากขนาดนี้ และที่สำคัญคือ ไม่พระกรุวัดราชสิงขรออกมาสวนในสนามแต่อย่างใด ตามหลักการทำปลอม เมื่อกรุแตกเปิดขึ้น จะมีของสวนกระจายตามสนาม แผงพระ และศูนย์พระแต่นี่เงียบแทบไม่มีใครรู้ทั้ง ๆ ที่กรุแตกมาแต่ พ.ศ. ๒๕๒๖ ถึงวันนี้ได้ ๖ ปีแล้ว ลองพิจารณากันดู ในยุคที่การสร้างพระเนื้อผงเริ่มปรากฏนิยมขึ้นคือในช่วงสมัย ร.๕ ตอนกลาง วัดวาอารามในกรุงหลายวัดเริ่มสร้างพระเนื้อผง เช่น วัดเงิน คลองเตย บางขุนพรหม ฯลฯ คงจะมีพระคณาจารย์ร่วมกับผู้แสวงบุญจัดสร้างขึ้นโดยนำพระพิมพ์ของวัดระฆัง วัดบางขุนพรหม (วัดใหม่อมตรส) วัดพลับ (พบพิมพ์วัดพลับด้วย) โดยการสร้างร่วมสมัยในยุคนั้นทั้งเนื้อมวลสารและพิมพ์ทรงคล้ายกันมากก็ได้ จึงยังไม่มีคำตอบที่จะแจ้งว่าใครเป็นคนสร้างและสร้างเมื่อไหร่ คำตอบชัด ๆ คือ ความเก่า และคราบผิวที่แห้งสนิทดี ลองแวะไปขอชมที่วัดราชสิงขรดูซิครับ (มีแตก ๆ หัก ๆ ให้ชม)"