prasomdej.net

นามธรรมกับจิตวิญญาณ- ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๘

๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๘

 

ผู้เขียนขอประเดิมด้วยคำถามที่ว่า

“ทำไมต้องกราบไหว้พระพุทธรูป พระบูชา “

คำตอบจากพระอาจารย์ชยสาโร (พระพรหมพัชรญาณมุนี) นามเดิม ฌอน ไมเคิล ซิเวอร์ตัน แห่งสำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี ปากช่อง นครราชสีมา

“ครูบาอาจารย์มีเป้าหมายให้ยึดธรรมะ จึงสร้างพระพุทธรูปขึ้นมาเพื่อเป็นสื่อรูปธรรมไปสู่นามธรรม ดังนั้นสิ่งที่กราบไหว้ไม่ได้กราบวัตถุเช่นไม้ หิน สำริด แต่สิ่งเหล่านั้นเป็นสัญลักษณ์ ช่วยให้เราได้ระลึกถึงความสงบ ปัญญา และความกรุณา”

บทความ “เปิดประตูสู่ภูมิปัญญา” ของเว็บไซต์ prasomdej.net จึงเป็นบทความว่าด้วยนามธรรมหรือสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เป็นเหมือนเหรียญอีกด้านหนึ่งของรูปธรรมที่จับต้องได้ พระเครื่องมาจาก “พระพิมพ์” + “เครื่องราง” พระพิมพ์เป็นรูปธรรม แต่เครื่องรางไม่ใช่ เพราะไม่ได้เป็นตัวแทนของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เครื่องรางเป็นของขลังที่สร้างจากกฤติยาคมหรือมนต์ดำ (Black Magic) จากการปลุกเสกที่มีวิธีการแตกต่างจากพระพิมพ์ที่ปลุกเสกโดยมนต์ขาว (White Magic)

อย่างไรก็ตามทั้ง “มนต์ดำ” และ “มนต์ขาว” เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าเรียกเป็น “เดียรัจฉานวิชา” หรือวิชาที่ขวางการหลุดพ้น ท่านผู้อ่านอาจมีคำถามที่ว่า แล้วเกจิอาจารย์ที่สร้างพระพิมพ์ที่มีพลังจากการปลุกเสก เช่นสมเด็จโตสร้างพระสมเด็จที่ปลุกเสกโดยคาถาชินบัญชร ก็ไม่ได้เป็นไปเพื่อความหลุดพ้นหรือ

คำตอบสำหรับผู้เขียน คือใช่

เพราะสมเด็จโตต้องการสร้างบารมีและสั่งสมให้แก่กล้าพอที่จะนำไปสู่พุทธภูมิหรือความเป็นพระพุทธเจ้า สมเด็จโตไม่ปรารถนาจะหลุดพ้นเป็นพระอริยบุคคล แต่ท่านเป็นพระโพธิสัตว์ ต้องการตรัสรู้ด้วยตัวเองเพื่อเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต

เช่นเดียวกับหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ที่บอกไว้ชัดในคาถาบูชาพระของท่านที่ว่า “นะโม โพธิสัตโต อาคันติยามะ อิติภะคะวา”ที่แปลว่า “ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่เจ้าประคุณหลวงปู่ทวด ผู้เป็นพระโพธิสัตว์ เป็นผู้มีโชค เข้ามาสถิตอยู่ในตัวข้าพเจ้านี้”

จิตวิญญาณจึงเป็นเรื่องของนามธรรมพระเครื่องอันจะมีผลต่อผู้ศรัทธา ผู้ใช้บูชา นามธรรมนั้นมีทั้งธรรมะของพระพุทธเจ้า และพลังจิตตานุภาพของผู้ปลุกเสกให้พระนั้นมีความขลังเป็นอัศจรรย์

 

วิภัชวาที