๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๘
รูปธรรมแห่งพระเครื่องคือความรู้ที่สมบูรณ์ ครบถ้วน โดยพระเครื่องนั้นต้องมีรูปพรรณสันฐานทางกายภาพที่ถูกต้อง พระต้องแท้ รูปพระที่โพสต์ต้องมีขนาดใหญ่ คม ชัด เห็นรายละเอียดทุกอณู
ทั้งนี้เพราะ “รูปพระสำคัญกว่าคนสอน”
ต่อให้สอนดีอย่างไร อธิบายได้ละเอียดลออ น่าเชื่อถือแค่ไหน ถ้าพระที่นำรูปมาลงเป็นพระไม่แท้ ความรู้นั้นก็ไม่มีประโยชน์ เพราะตั้งอยู่บนรากฐานความไม่แท้ของพระ ส่วนพระแท้ที่มีรูปขนาดเล็ก ไม่ชัด ไม่เห็นรายละเอียด ก็นำไปสู่ความกังขา สองจิตสองใจ ไม่มั่นใจว่าพระจะแท้หรือไม่
ยกตัวอย่างรูปธรรมของพระที่สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สร้าง
อาจารย์ตรียัมปวาย (พันเอกพิเศษประจญ กิตติประวัติ) เขียนหนังสือพระสมเด็จที่ดีที่สุด ขึ้นหิ้งเป็นหนังสืออ้างอิงเหมือนเป็นคัมภีร์ไบเบิ้ลของหนังสือพระสมเด็จ ชื่อ “ปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง เล่ม ๑: พระสมเด็จ” พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ. ศ. ๒๔๙๕ พิมพ์ต่อเนื่องกันกว่า ๑๐ ปี เป็นหนังสือที่วงการพระยกย่องว่าดีที่สุดในการศึกษา วิเคราะห์องค์ประกอบต่าง ๆ ของพระสมเด็จ
มีข้อเสียอย่างเดียวคือรูปพระเล็กมาก พิมพ์สีขาวดำ ทำให้ไม่เห็นสีที่แท้จริงของเนื้อพระและรายละเอียดของพิมพ์ทรง ไม่สามารถเชื่อมโยงคนอ่านจากคำอธิบายที่ลึกซึ้ง ครบถ้วน สมบูรณ์ไปหารูปพระที่มีขนาดเล็ก ไม่มีความชัดเจน ไม่มีการขยายองค์ประกอบของพิมพ์ให้ศึกษา
ผลก็คือ มีเซียนพระจำนวนไม่น้อยในวงการพระเครื่องสายพุทธพาณิชย์ที่กล่าวตู่ว่า พระสมเด็จที่ลงรูปในหนังสือตรียัมปวาย เป็นพระไม่แท้
ในความเห็นของผู้เขียน มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่อาจารย์ตรียัมปวายที่เป็นเอตทัคคะเรื่องพระสมเด็จ ผู้บัญญัติศัพท์ “เบญจภาคี” อันมีพระสมเด็จเป็นองค์ประธาน จะนำพระไม่แท้มาลงในหนังสือของท่าน
ต้องโทษความล้าหลังของเทคโนโลยีสมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็นกล้องฟิลม์ที่ไม่ใช้เลนส์ถ่ายใกล้ที่เรียกว่าเลนส์มาโคร (Macro Lens) เทคนิคการพิมพ์แบบ Letterpress ที่ไม่ใช่ระบบสี่สีออฟเซ็ท ทำให้รูปพระสมเด็จมีแต่สีขาวดำ มีขนาดเล็ก หยาบ ไม่มีความชัดเจนในรายละเอียด จึงไม่สามารถพิสูจน์ให้เซียนพระที่ด้อยความรู้ เข้าใจว่าเป็นพระสมเด็จที่แท้ได้
พระหลายพิมพ์ในหนังสือตรียัมปวายเป็นพระแท้ที่เซียนพระเหล่านั้นไม่รู้จัก จึงไม่ได้รับการยอมรับจากวงการพระสายพุทธพาณิชย์ที่มีองค์ความรู้อันต่ำต้อย แต่มีอิทธิพลสูงต่อการซื้อขาย ส่งผลให้การศึกษาพระสมเด็จอยู่ในวงแคบ ๆ จำกัดอยู่แต่พิมพ์ที่เซียนพระคุ้นเคยและคุ้นตา เพราะพระในหนังสือตรียัมปวายจำนวนมากถูกตีตราว่าไม่ใช่พระแท้ แค่เห็นก็ดูผ่าน ไม่ได้รับการพิจารณาให้ถี่ถ้วน
ดังนั้นพระที่จะนำลงในบทความนี้จึงต้องมีขนาดใหญ่ มีความคม ชัด ลึก ให้เห็นรายละเอียดทุกส่วน และสำคัญที่สุด ต้องเป็นพระแท้ในสายตาของผู้เขียน แม้อาจไม่ได้รับการยอมรับจากเซียนพระสายพุทธพาณิชย์ก็ตาม
ผู้เขียนแบ่งความรู้เรื่องพระเครื่องโดยเฉพาะพระสมเด็จให้เหมาะสมกับความต้องการของท่านผู้อ่านที่มีทั้งเจนเนอเรชั่นเก่าวัยใกล้เคียงกับผู้เขียนคือ Baby Boomer ไปถึงเจนเนอเรชั่นใหม่ที่อายุน้อยลง เช่น Gen X, Gen Y, Gen Z `โดยแบ่งเป็น ๔ ลำดับชั้น ดังนี้
ชั้นแรก (Tier 1): สำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากรู้ แต่ไม่มีเวลามาก ลงรูปและวีดีโอสั้น ๆ เพื่อ “สอนให้ดู”
ชั้นสอง (Tier 2): เมื่อดูแล้วอยากได้ ก็ต้องมีความรู้เป็นพื้นฐานก่อนไปเช่าบูชา วีดีโอยาวขึ้น เรียกว่า “รู้ก่อนเช่าบูชา”
ชั้นสาม (Tier 3): ได้พระมาแล้ว ส่องดูแล้วปลื้มปิติ อยากรู้ประวัติ ศิลปะ พิมพ์ทรงมากขึ้น เรียกว่า “รู้ให้ลึก”
ชั้นสี่ (Tier 4): เมื่อรู้ลึกแล้ว ยังอยากรู้ให้มากกว่าคนอื่นจนถึงเป็นผู้เชี่ยวชาญ เรียกว่า “รู้ให้สุด”
บทความแรกที่จะสอนให้ท่านผู้อ่านมี “การเรียนรู้ที่ครอบคลุม” จะเป็นความรู้พื้นฐานเรื่องพระสมเด็จที่ยังไม่มีใครสอนหรือพูดถึงมาก่อน โดยจะสอนเป็นตอน ๆ แบบที่เรียกว่า “ซีรี่ส์” ในชื่อ “สอนมือใหม่ดูพระสมเด็จ”
วิภัชวาที